วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วงดนตรีพื้นบ้านอีสาน


คณะมโหรีอีสาน
คณะมโหรีอีสาน หรือ วงมโหรีอีสาน เป็นวงดนตรีพื้นบ้านอีสาน ซื่งได้รับความนิยม ในยุคก่อนที่โปงลางจะดัง นิยมใช้ประกอบขบวนแห่ต่างๆ ซึ่งเครื่องดนตรีหลักประเภทให้จังหวะ จะคล้ายๆ กันเกือบทุกหมู่บ้านหรือทุกคณะ ส่วนเครื่องดนตรีประเภทบรรเลงทำนอง อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่า หมู่บ้านไหน จะสามารถเล่นเครื่องดนตรีอะไรได้บ้าง โดยเครื่องดนตรีหลักข







คณะมโหรี อีสานจะประกอบด้วย

*กลองตึ้ง
*รำมะนา
*ฉาบ
*เครื่องดนตรีบรรเลงทำนองอย่างน้อย ๑ ชนิด

เครื่องดนตรีประจำวงมโหรีอีสานที่พบมากคือ
*กลองตึ้ง
*รำมะนา
*ฉาบ
*ฉิ่ง
*ฆ้องโหม่ง
*ซออีสาน
*ปี่
หรือบางคณะอาจใช้
*กลองตึ้ง
*รำมะนา
*ฉาบ
*ฉิ่ง
*พิณ
*แคน
ลายเพลงที่ใช้บรรเลง หลักๆ แล้วจะใช้เพลงมโหรีอีสาน ซึ่งแต่ละวง อาจจะมีลูกเล่น หรือท่วงทำนองแตกต่างกันไป นั่นคือ เพลงหลัก แม้เรียกว่า มโหรีอีสานเหมือนกัน แต่ทำนองเพลง อาจจะไม่เหมือนกัน และนอกจากเพลงมโหรีอีสานแล้ว อาจจะมีลายเพลงอื่นๆ เข้ามาประกอบด้วย









คณะกลองยาวอีสาน
คณะกลองยาว หรือวงกลองยาว ก็เกิดขึ้นก่อนที่โปงลางจะดัง เช่นกัน แต่ปัจจุบัน คณะกลองยาว ก็ได้รับการปรับปรุงพัฒนา ประยุกต์รูปแบบนำเสนอใหม่ และกำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ในภูมิภาคอีสาน คณะกลองยาว นิยมใช้สำหรับประกอบขบวนแห่ต่างๆ เช่นเดียวกับวงมโหรีอีสาน
คณะกลองยาว ตามหมู่บ้าน ในสมัยก่อน ใช้กลองยาวเป็นเครื่องดนตรีหลัก โดยใช้กลอง ประมาณ ๓-๕ ลูก ไม่มีพิณหรือแคนบรรเลงลายประกอบ อาศัยลวดลายของ จังหวะกลอง และลีลาการตีฉาบใหญ่ เป็นสิ่งดึงดูด ซึ่งคณะกลองยาวนี้ ยังไม่มีขบวนนางรำ ฟ้อนรำประกอบ (และอาจยังไม่มีชุดแต่งกายประจำคณะ)
เมื่อคณะกลองยาว พัฒนาขึ้นเป็นคณะกลองยาวจริงๆ เพื่อดึงดูดให้เจ้าภาพงานมาว่าจ้าง บางคณะ จึงได้เพิ่มจำนวนกลองขึ้นมา ให้ดูยิ่งใหญ่ขึ้น เช่น ๑๐ ลูกบ้าง ๑๔ ลูกบ้าง ๒๐ ลูกบ้าง และนอกจาก จะให้ผู้ชายตีกลอง บางคณะ อาจใช้ผู้หญิงตีก็มี แต่ในยุคนั้น ยังเป็นการโชว์กลองยาวอยู่ จึงยังไม่มีพิณ แคนบรรเลงประกอบ และยังไม่มีขบวนนางรำ ฟ้อนประกอบ คนตีกลอง จะฟ้อนไปด้วย ตีกลองไปด้วย
คณะกลองยาวในยุคปัจจุบัน ได้นำหลายๆ อย่างประยุกต์ เพื่อให้ดูทันสมัยขึ้น นั่นคือ นอกจากใช้การโชว์กลอง เป็นจุดขายแล้ว ยังขายความบันเทิงอื่นๆ ด้วย เช่น ใช้พิณ แคนบรรเลงประกอบ ใช้อีเล็กโทนบรรเลงประกอบ ใช้เครื่องขยายเสียง เพื่อให้เสียงพิณ หรืออีเล็กโทนดังไกล มีขบวนนางรำ ฟ้อนประกอบขบวนแห่ มีเครื่องแต่งกายเป็นเอกลักษณ์ และบางคณะ อาจมีการจัดรูปแบบขบวน ตกแต่งรถสำหรับขบวนแห่แบบต่างๆ เป็นต้น ซึ่งนี่คือตัวอย่างแห่งศิลปวัฒนธรรมที่ไม่หยุดนิ่ง

เครื่องดนตรีหลัก ประจำคณะกลองยาว
*กลองยาว
*กลองตึ้ง(บางแห่งก็ไม่ใช้)
*รำมะนา
*ฉิ่ง
*ฉาบเล็ก + ฉาบใหญ่
*พิณ, แคน, หรืออีเล็กโทน,เบส (ประยุกต์ใช้ร่วมคณะกลองยาวในภายหลัง)


วงโปงลาง
คณะโปงลาง หรือนิยมเรียกว่า วงโปงลาง นั้น คาดว่าได้ชื่อนี้มาจาก... เครื่องดนตรีที่ดังที่สุดในวงคือ โปงลาง (กรณีไม่ใช้เครื่องขยายเสียง) ดังนั้น เลยเรียกวงดนตรีนั้นว่า วงโปงลาง หรืออีกที่มาหนึ่ง คือ โปงลาง เป็นเครื่องดนตรีเด่น กำลังมาแรง เป็นจุดขายของวง จึงตั้งชื่อว่า วงโปงลาง ซึ่งบางแห่ง อาจจะไม่ใช้ชื่อว่าวงโปงลาง แต่ใช้ชื่อว่าวงแคน หรือวงพิณ ก็มี
วงโปงลาง แม้จะใช้ชื่อว่า วงโปงลาง ก็ไม่ได้หมายความว่า มีเฉพาะโปงลางอย่างเดียว แต่มีเครื่องดนตรีอื่นๆ อีกหลายชนิด ร่วมบรรเลง
วงโปงลาง ในสมัยก่อน เป็นแบบพื้นบ้านจริงๆ ไม่มีเครื่องขยายเสียง ใช้เสียงสดๆ ของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเลยทีเดียว ซึ่งเครื่องดนตรีหลักๆ แบบเต็มวง ประกอบด้วย
*โปงลาง
*พิณโปร่ง (ชนิดที่มีกล่องเสียงใหญ่ๆ)
*แคน
*โหวด
*ไหซอง (ยังไม่มีพิณเบส)
*กลองหาง (กลองยาวอีสาน)
*รำมะนา หรือกลองตุ้ม
*หมากกะโหล่ง (หมากป็อกๆ) หรือใช้หมากกั๊บแก๊บ
*ฉาบเล็ก
*ฉาบใหญ่
เสียงดนตรีที่ได้ จะให้ความรู้สึกคลาสิคแบบพื้นบ้านจริงๆ
ต่อมาเมื่อ เมื่อเทคโนโลยีเจริญขึ้น จึงได้ปรับเปลี่ยน ประยุกต์ให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งเครื่องดนตรีวงโปงลางยุคปัจจุบัน แบบเต็มวง ประกอบด้วย
*โปงลาง
*พิณไฟฟ้า (หรือพิณโปร่งไฟฟ้า)
*แคน
*โหวด
*พิณเบสไฟฟ้า
*ไหซอง (โชว์ลีลานางดีดไห)
*กลองหาง (กลองยาวอีสาน)
*รำมะนา หรือกลองตุ้ม
*หมากกะโหล่ง (หมากป็อกๆ) หรือใช้หมากกั๊บแก๊บ
*ฉาบเล็ก
*ฉาบใหญ่
*แฉ
บางวงใช้เครื่องดนตรีต่อไปนี้ ด้วย
*ฉิ่ง
*ฆ้องโหม่ง
*ปี่ภูไท
*ซอ
*หึน
บางวงที่ประยุกต์เพื่อสนุกสนานบันเทิง ก็อาจใช้
*กลองชุดสากล
*แซคโซโฟน
*กลองยาวติดคอนแท็ค

ลักษณะการแสดงของวงโปงลางพื้นบ้านนั้น หลักๆ จะมี 3 ลักษณะคือ
*การบรรเลงลายเพลงพื้นบ้านอีสาน (นิยมเรียกว่า ลายบรรเลง)
*การฟ้อนประกอบดนตรี (นิยมเรียกว่า ชุดการแสดง)
*การร้อง ลำ ประกอบดนตรี รวมถึงประกอบการฟ้อนรำ

อ้างอิง http://www.isan.clubs.chula.ac.th


www.google.com
www.sema.go.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น